จะจดทะเบียนบริษัททำยังไงบ้าง ?

ขั้นตอนการจดทะเบียนบริษัททำอย่างไรบ้าง ?

ขั้นตอนการจดทะเบียนบริษัทมี 7 ขั้นตอนด้วยกัน

1. ตั้งชื่อและจองชื่อบริษัทสำหรับการจดทะเบียน

ก่อนจะจดทะเบียนบริษัท จะต้องตั้งชื่อบริษัทก่อน โดยชื่อบริษัทจะต้องไม่ซ้ำหรือคล้ายกับบริษัทอื่นที่ จดทะเบียนไปแล้ว ไม่ใช้ชื่อกระทรวง ทบวง กรม รวมทั้งไม่ใช้พระนามของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ ในพระราชวงศ์ปัจจุบัน โดยวิธีการตรวจและจองชื่อบริษัทมี 2 ขั้นตอน ดังนี้

1. สมัครสมาชิกที่เว็บไซต์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

2. เข้าไปที่ จองชื่อ/ตรวจทะเบียนคำขอนิติบุคคล เพื่อจองชื่อบริษัท โดยสามารถยื่นจองได้สูงสุด 3 ชื่อ และจะได้รับการพิจารณาตามลำดับ หากชื่อแรกซ้ำหรือไม่ผ่านเกณฑ์ นายทะเบียนจะพิจารณาชื่อในลำดับถัดไป

2. จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิและยื่นต่อนายทะเบียน

หนังสือบริคณห์สนธิ คือ หนังสือแสดงความต้องการจัดตั้งบริษัทที่ต้องใช้ยื่นต่อนายทะเบียน โดยต้องยื่นภายใน 30 วัน นับตั้งแต่นายทะเบียนแจ้งผลการรับรองชื่อบริษัท หากยื่นจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิล่าช้าเกิน 30 วัน ต้องจองชื่อใหม่ โดยหนังสือบริคณห์สนธิประกอบด้วยข้อมูล ดังนี้

ข้อมูลที่ต้องใช้ในการจัดตั้งบริษัท

ชื่อของบริษัท (ตามที่ได้จองไว้)

ที่ตั้งสำนักงานใหญ่/สาขา

วัตถุประสงค์ของบริษัท

ทุนจดทะเบียน

ชื่อ ที่อยู่ อายุ สัญชาติ ของพยาน 2 คน

ข้อบังคับ (ถ้ามี)

จำนวนทุน (ค่าหุ้น) ที่เรียกชำระแล้ว อย่างน้อยร้อยละ 25% ของทุนจดทะเบียน

ชื่อ ที่อยู่ อายุของกรรมการ

รายชื่อหรือจำนวนกรรมการที่มีอำนาจลงชื่อแทนบริษัท (อำนาจกรรมการ)

ชื่อ เลขทะเบียนผู้สอบบัญชีรับอนุญาตพร้อมค่าตอบแทน

ชื่อ ที่อยู่ สัญชาติ และจำนวนหุ้นของผู้ถือหุ้นแต่ละคน

3. เปิดจองหุ้นบริษัทและนัดประชุมผู้ถือหุ้น

เมื่อจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะต้องเปิดให้จองซื้อหุ้นบริษัท ไม่ว่าใครก็สามารถเข้าซื้อหุ้นได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ก่อตั้งเท่านั้น โดยต้องซื้อขั้นต่ำจำนวน 1 หุ้นขึ้นไป และเมื่อขายหุ้นบริษัทจน ครบแล้ว จะต้องออกหนังสือเพื่อนัดประชุมผู้ถือหุ้นทั้งหมด

4. จัดประชุมบุคลากรเพื่อให้เข้าใจข้อมูลตรงกัน

ขั้นตอนต่อมา คือ จัดประชุมบุคลากรที่ได้รับคัดเลือกในบริษัทเพื่อให้เข้าใจข้อมูลตรงกัน โดยวาระการประชุมจะต้องประกอบด้วยสาระสำคัญ ได้แก่ การตั้งระเบียบข้อบังคับของบริษัท การเลือกตั้งคณะกรรมการบริษัท การคัดเลือกผู้สอบบัญชีเพื่อตรวจสอบและรับรองงบการเงิน การรับรองสัญญาที่ผู้ก่อตั้งทำขึ้นก่อนการจดทะเบียนบริษัท ค่าตอบแทนของผู้ริเริ่มหรือผู้ก่อตั้งบริษัท ตลอดจนจำนวนหุ้นบริษัทสุทธิ

5. จัดตั้งคณะกรรมการบริษัท

ในการประชุมควรเลือกคณะกรรมการเพื่อเก็บเงินค่าหุ้นอย่างน้อย 25% ของมูลค่าหุ้นจากผู้ก่อตั้งและผู้จองหุ้น เมื่อได้รับค่าหุ้นครบแล้ว กรรมการจะต้องทำคำขอจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท และยื่นจดทะเบียนภายใน 3 เดือน นับตั้งแต่วันที่มีการประชุม หากล่าช้ากว่าเวลาดังกล่าว จะถือว่าการประชุมเป็นโมฆะ ต้องจัดการประชุมขึ้นใหม่

6. ชำระค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนบริษัท

ค่าธรรมเนียมที่ต้องชำระในการจดทะเบียนบริษัทมีดังนี้

ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ คิดจากเงินทุนแสนละ 50 บาท ขั้นต่ำ 500 บาท

ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนบริษัท ตามทุนจดทะเบียนแสนละ 500 บาท ขั้นต่ำ 5,000 บาท

ค่าธรรมเนียมในการออกหนังสือรับรอง ฉบับละ 200 บาท

ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน ฉบับละ 100 บาท

ค่ารับรองสำเนาเอกสาร หน้าละ 50 บาท

ค่าอากรแสตมป์ 200 บาท

7. รับใบสำคัญและหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท

มาถึงขั้นตอนสุดท้ายของการจดทะเบียนบริษัท คือ การรับใบสำคัญและหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท นั่นหมายถึงบริษัทได้จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายแล้ว และถูกก่อตั้งอย่างเป็นทางการ โดยสามารถรับได้ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าในพื้นที่ที่อาศัยอยู่